วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
ท่องเทียว
ท่องเที่ยว
ดอยอินทนนท์ น้ำตกสิริภูมิ อ่างกา น้ำตกแม่ปาน น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ ผาหมอน พระมหาธาตุนภเมทนีดล พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ
ดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอสันป่าตอง อำเภอจอมทองและอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย สภาพป่าเป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำปิงที่ให้พลังงานไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกต่างๆ โดยเฉพาะน้ำตกแม่ยะ ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดของประเทศ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์มีเนื้อที่ประมาณ 482 ตารางกิโลเมตร หรือ 301,500 ไร่
--------------------------------------------------------------------------------
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดสุโขทัยตามทางหลวงแผ่นดินสายสุโขทัย-ตาก ทางหลวงหมายเลข 12 ไปทางทิศตะวันตก 12 กิโลเมตร ถนนหลวงตัดผ่านกลางเมืองจากตะวันออกไปตะวันตก เมื่อผ่านเข้าเขตเมืองเก่าจะแลเห็นยอดพระเจดีย์แบบต่างๆ อันสง่างามและวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น
--------------------------------------------------------------------------------
อุทยานแห่งชาติคลองลาน
อุทยานแห่งชาติคลองลาน ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอคลองลาน และอำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ครอบคลุมพื้นที่ป่าคลองลานอันสมบูรณ์แหล่งสุดท้ายของจังหวัดกำแพงเพชร ประกอบด้วยภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เป็นป่าต้นน้ำลำธารต้นกำเนิดของลำน้ำหลายสาย เช่น คลองขลุง คลองสวนหมาก ซึ่งไหลรวมกันลงสู่ลำน้ำปิง และเป็นต้นน้ำตกคลองลานไหลลงสู่คลองขลุง
--------------------------------------------------------------------------------
ทะเลตรัง
ทะเลตรัง นับเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอันดามัน ที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวสูงแห่งหนึ่ง เสน่ห์ทะเลตรังอยู่ที่น้ำทะเลสวยใส หาดทรายขาว และเกาะน้อยใหญ่เรียงรายอยู่ไม่ไกลจากฝั่งเท่าใด เกาะที่สำคัญทางการท่อง
ดอยอินทนนท์ น้ำตกสิริภูมิ อ่างกา น้ำตกแม่ปาน น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ ผาหมอน พระมหาธาตุนภเมทนีดล พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ
ดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอสันป่าตอง อำเภอจอมทองและอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย สภาพป่าเป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำปิงที่ให้พลังงานไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกต่างๆ โดยเฉพาะน้ำตกแม่ยะ ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดของประเทศ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์มีเนื้อที่ประมาณ 482 ตารางกิโลเมตร หรือ 301,500 ไร่
--------------------------------------------------------------------------------
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดสุโขทัยตามทางหลวงแผ่นดินสายสุโขทัย-ตาก ทางหลวงหมายเลข 12 ไปทางทิศตะวันตก 12 กิโลเมตร ถนนหลวงตัดผ่านกลางเมืองจากตะวันออกไปตะวันตก เมื่อผ่านเข้าเขตเมืองเก่าจะแลเห็นยอดพระเจดีย์แบบต่างๆ อันสง่างามและวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น
--------------------------------------------------------------------------------
อุทยานแห่งชาติคลองลาน
อุทยานแห่งชาติคลองลาน ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอคลองลาน และอำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ครอบคลุมพื้นที่ป่าคลองลานอันสมบูรณ์แหล่งสุดท้ายของจังหวัดกำแพงเพชร ประกอบด้วยภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน เป็นป่าต้นน้ำลำธารต้นกำเนิดของลำน้ำหลายสาย เช่น คลองขลุง คลองสวนหมาก ซึ่งไหลรวมกันลงสู่ลำน้ำปิง และเป็นต้นน้ำตกคลองลานไหลลงสู่คลองขลุง
--------------------------------------------------------------------------------
ทะเลตรัง
ทะเลตรัง นับเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอันดามัน ที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวสูงแห่งหนึ่ง เสน่ห์ทะเลตรังอยู่ที่น้ำทะเลสวยใส หาดทรายขาว และเกาะน้อยใหญ่เรียงรายอยู่ไม่ไกลจากฝั่งเท่าใด เกาะที่สำคัญทางการท่อง
วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันมาฆบูชา
ประวัติการถือปฏิบัติวันมาฆบูชาในประเทศไทย
พิธีทำบุญวันมาฆบูชานี้ ไม่ปรากฎหลักฐานว่ามีมาในสมัยใด อย่างไรก็ตามในหนังสือ "พระราชพิธีสิบสองเดือน" อันเป็นบทพระราชนิพนธ์ของ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" มีเรื่องราวเกี่ยวกับการประกอบราชกุศลมาฆบูชาไว้ว่า
ประเทศไทยเริ่มกำหนดพิธีปฏิบัติในวันมาฆบูชาเป็นครั้งแรกในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งมีการประกอบพิธีเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2394 ในพระบรมมหาราชวังก่อน โดยมีพิธีพระราชกุศลในเวลาเช้า นมัสการพระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศวรวิหารและวัดราชประดิษฐ์จำนวน 30 รูป ฉันภัตตาหารในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
เมื่อถึงเวลาค่ำ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ออก ทรงจุดธูปเทียนนมัสการ พระสงฆ์ทำวัตรเย็นและสวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ เมื่อสวดจบทรงจุดเทียน 1,250 เล่ม รอบพระอุโบสถ มีการประโคมอีกครั้งหนึ่งแล้วจึงมีการเทศนาโอวาทปาติโมกข์ 1 กัณฑ์เป็นทั้งเทศนาภาษาบาลี และภาษาไทย ส่วนเครื่องกัณฑ์ประกอบด้วยจีวรเนื้อดี 1 ผืน เงิน 3 ตำลึงและขนมต่างๆ เมื่อเทศนาจบ พระสงฆ์ 30 รูป สวดรับ
ในสมัยรัชกาลที่ 4 นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกประกอบพิธีด้วยพระองค์เองทุกปี แต่มีการยกเว้นบ้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องจากบางครั้งตรงกับช่วงเสด็จประพาสก็จะทรงประกอบพิธีมาฆบูชาในสถานที่นั้นๆ ขึ้นอีกแห่ง นอกเหนือจากภายในพระบรมมหาราชวัง
ต่อมาการประกอบพิธีมาฆบูชาได้แพร่หลายออกไปภายนอกพระบรมมหาราชวัง และประกอบพิธีกันทั่วราชอาณาจักร ทางรัฐบาลจึงประกาศให้เป็นวันหยุดทางราชการด้วย เพื่อให้ประชาชนจากทุกสาขาอาชีพได้ไปวัด เพื่อทำบุญกุศลและประกอกิจกรรมทางศาสนา
นอกจากนี้ในปี พ.ศ.2549 รัฐบาลไทยประกาศให้วันมาฆบูชา ให้เป็นวันกตัญญูแห่งชาติอีกด้วย
หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติ
หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติคือ "โอวาทปาติโมกข์" ซึ่งเป็นหลักคำสอนสำคัญอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา เพื่อไปสู่ความหลุดพ้น หลักธรรมประกอบด้วย หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6 ดังนี้
หลักการ 3 คือหลักคำสอนที่ควรปฏิบัติ ได้แก่
1.การไม่ทำบาปทั้งปวง คือ การลด ละ เลิก ทำบาปทั้งปวง อันได้แก่ อกุศลกรรมบถ 10 ซึ่งเป็นทางแห่งความชั่ว 10 ประการที่เป็นความชั่วทางกาย (การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม) ทางวาจา (การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ) และทางใจ (การอยากได้สมบัติของผู้อื่น การผูกพยาบาท และความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม)
2.การทำกุศลให้ถึงพร้อม คือ การทำความดีทุกอย่างตาม กุศลกรรมบถ 10 ทั้งความดีทางกาย (ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ประพฤติผิดในกาม) ความดีทางวาจา (ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดหยาบคาย ไม่พูดเพ้อเจ้อ) และความดีทางใจ (ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่น มีความเมตตาปรารถนาดี มีความเข้าใจถูกต้องตามทำนองคลองธรรม)
3.การทำจิตใจให้ผ่องใส คือ ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หลุดจากนิวรณ์ที่คอยขัดขวางจิตใจไม่ให้เข้าถึงความสงบ ได้แก่ ความพอใจในกาม, ความพยาบาท, ความหดหู่ท้อแท้, ความฟุ้งซ่าน และความลังเลสงสัย
ซึ่งทั้ง 3 หลักการข้างต้น สามารถสรุปใจความสำคัญได้ว่า "ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์" นั่นเอง
อุดมการณ์ 4 ได้แก่
1.ความอดทน อดกลั้น คือ ไม่ทำบาปทั้งกาย วาจา ใจ
2.ความไม่เบียดเบียน คือ งดเว้นจากการทำร้าย หรือ เบียดเบียนผู้อื่น
3. ความสงบ ได้แก่ การปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย ทางวาจาและทางใจ
4. นิพพาน ได้แก่ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา
วิธีการ 6 ได้แก่
1.ไม่ว่าร้าย คือ ไม่กล่าวให้ร้าย โจมตีใคร
2.ไม่ทำร้าย คือ การไม่เบียดเบียนผู้อื่น
3.สำรวมในปาติโมกข์ คือ เคารพระเบียบวินัย กฎกติกา รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของสังคม
4.รู้จักประมาณ คือ รู้จักความพอดีในการบริโภค รวมทั้งการใช้สอยสิ่งต่างๆ
5.อยู่ในสถานที่สงัด คือ อยู่ในสถานที่ที่มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
6.ฝึกหัดจิตใจให้สงบ คือ การฝึกหัดชำระจิตใจให้สงบ มีประสิทธิภาพที่ดี
กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา
การปฏิบัติตนสำหรับพุทธศาสนิกชนในวันมาฆบูชาคือ คือ ในตอนเช้า ควรไปทำบุญตักบาตร ไปวัดเพื่อฟังพระธรรมเทศนา หรือจัดสำรับคาวหวานไปทำบุญถวายภัตตาหาร ช่วงบ่ายฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา เจริญสมาธิภาวนา เมื่อถึงตอนค่ำ นำดอกไม้ ธุปเทียนไปเวียนเทียน 3 รอบที่พระอุโบสถ โดยการเวียนเทียนนั้นจะเวียนขวา จำนวน 3 รอบ และช่วงเวลาที่เดินอยู่นั้นให้ระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
นอกจากนี้พุทธศาสนิกชนควรบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ตามสถานที่ต่างๆ และรักษาศีล สำหรับตามบ้านเรือน สถานที่ราชการ จะมีการประดับธงชาติ ธงธรรมจักร เพื่อระลึกถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
ข้อเสนอแนะการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมในวันมาฆบูชา
กิจกรรมเกี่ยวกับครอบครัว
กิจกรรมที่ครอบครัวควรทำในวันมาฆบูชา อย่างเช่น การทำความสะอาดบ้าน จัดแต่งที่บูชาประจำบ้าน ชักชวนครอบครัวไปทำบุญตักบาตร ฟังศีล ฟังธรรม บำเพ็ญกุศล ปฏิบัติธรรม รวมทั้งควรศึกษาหลักธรรมคำสั่งสอน และความสำคัญของวันมาฆบูชาด้วย
กิจกรรมเกี่ยวกับสถานศึกษา
ในสถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญอีกแห่ง โดยภายในสถานศึกษาควรมีการร่วมรำลึกถึงความสำคัญของวันมาฆบูชา เช่น จัดนิทรรศการให้ความรู้ ประกวดเรียงความ ตอบปัญหาธรรมะ บรรยายธรรม หรือร่วมกันทำบุญ ตักบาตร เวียนเทียน บำเพ็ญกุศล อีกทั้งประกาศเกียรติคุณนักเรียนผู้ทำประโยชน์ ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี
กิจกรรมเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน
ควรประชาสัมพันธ์ในที่ทำงาน และจัดให้มีการบรรยายธรรม หรือร่วมบำเพ็ญประโยชน์ร่วมกัน ร่วมทำบุญ บำเพ็ญกุศลร่วมกัน
กิจกรรมเกี่ยวกับสังคม
พิธีทำบุญวันมาฆบูชานี้ ไม่ปรากฎหลักฐานว่ามีมาในสมัยใด อย่างไรก็ตามในหนังสือ "พระราชพิธีสิบสองเดือน" อันเป็นบทพระราชนิพนธ์ของ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" มีเรื่องราวเกี่ยวกับการประกอบราชกุศลมาฆบูชาไว้ว่า
ประเทศไทยเริ่มกำหนดพิธีปฏิบัติในวันมาฆบูชาเป็นครั้งแรกในช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งมีการประกอบพิธีเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2394 ในพระบรมมหาราชวังก่อน โดยมีพิธีพระราชกุศลในเวลาเช้า นมัสการพระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศวรวิหารและวัดราชประดิษฐ์จำนวน 30 รูป ฉันภัตตาหารในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
เมื่อถึงเวลาค่ำ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ออก ทรงจุดธูปเทียนนมัสการ พระสงฆ์ทำวัตรเย็นและสวดคาถาโอวาทปาติโมกข์ เมื่อสวดจบทรงจุดเทียน 1,250 เล่ม รอบพระอุโบสถ มีการประโคมอีกครั้งหนึ่งแล้วจึงมีการเทศนาโอวาทปาติโมกข์ 1 กัณฑ์เป็นทั้งเทศนาภาษาบาลี และภาษาไทย ส่วนเครื่องกัณฑ์ประกอบด้วยจีวรเนื้อดี 1 ผืน เงิน 3 ตำลึงและขนมต่างๆ เมื่อเทศนาจบ พระสงฆ์ 30 รูป สวดรับ
ในสมัยรัชกาลที่ 4 นั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเสด็จออกประกอบพิธีด้วยพระองค์เองทุกปี แต่มีการยกเว้นบ้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องจากบางครั้งตรงกับช่วงเสด็จประพาสก็จะทรงประกอบพิธีมาฆบูชาในสถานที่นั้นๆ ขึ้นอีกแห่ง นอกเหนือจากภายในพระบรมมหาราชวัง
ต่อมาการประกอบพิธีมาฆบูชาได้แพร่หลายออกไปภายนอกพระบรมมหาราชวัง และประกอบพิธีกันทั่วราชอาณาจักร ทางรัฐบาลจึงประกาศให้เป็นวันหยุดทางราชการด้วย เพื่อให้ประชาชนจากทุกสาขาอาชีพได้ไปวัด เพื่อทำบุญกุศลและประกอกิจกรรมทางศาสนา
นอกจากนี้ในปี พ.ศ.2549 รัฐบาลไทยประกาศให้วันมาฆบูชา ให้เป็นวันกตัญญูแห่งชาติอีกด้วย
หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติ
หลักธรรมที่ควรนำไปปฏิบัติคือ "โอวาทปาติโมกข์" ซึ่งเป็นหลักคำสอนสำคัญอันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา เพื่อไปสู่ความหลุดพ้น หลักธรรมประกอบด้วย หลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6 ดังนี้
หลักการ 3 คือหลักคำสอนที่ควรปฏิบัติ ได้แก่
1.การไม่ทำบาปทั้งปวง คือ การลด ละ เลิก ทำบาปทั้งปวง อันได้แก่ อกุศลกรรมบถ 10 ซึ่งเป็นทางแห่งความชั่ว 10 ประการที่เป็นความชั่วทางกาย (การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกาม) ทางวาจา (การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ) และทางใจ (การอยากได้สมบัติของผู้อื่น การผูกพยาบาท และความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม)
2.การทำกุศลให้ถึงพร้อม คือ การทำความดีทุกอย่างตาม กุศลกรรมบถ 10 ทั้งความดีทางกาย (ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่ประพฤติผิดในกาม) ความดีทางวาจา (ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดหยาบคาย ไม่พูดเพ้อเจ้อ) และความดีทางใจ (ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่น มีความเมตตาปรารถนาดี มีความเข้าใจถูกต้องตามทำนองคลองธรรม)
3.การทำจิตใจให้ผ่องใส คือ ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หลุดจากนิวรณ์ที่คอยขัดขวางจิตใจไม่ให้เข้าถึงความสงบ ได้แก่ ความพอใจในกาม, ความพยาบาท, ความหดหู่ท้อแท้, ความฟุ้งซ่าน และความลังเลสงสัย
ซึ่งทั้ง 3 หลักการข้างต้น สามารถสรุปใจความสำคัญได้ว่า "ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้บริสุทธิ์" นั่นเอง
อุดมการณ์ 4 ได้แก่
1.ความอดทน อดกลั้น คือ ไม่ทำบาปทั้งกาย วาจา ใจ
2.ความไม่เบียดเบียน คือ งดเว้นจากการทำร้าย หรือ เบียดเบียนผู้อื่น
3. ความสงบ ได้แก่ การปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย ทางวาจาและทางใจ
4. นิพพาน ได้แก่ การดับทุกข์ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา
วิธีการ 6 ได้แก่
1.ไม่ว่าร้าย คือ ไม่กล่าวให้ร้าย โจมตีใคร
2.ไม่ทำร้าย คือ การไม่เบียดเบียนผู้อื่น
3.สำรวมในปาติโมกข์ คือ เคารพระเบียบวินัย กฎกติกา รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของสังคม
4.รู้จักประมาณ คือ รู้จักความพอดีในการบริโภค รวมทั้งการใช้สอยสิ่งต่างๆ
5.อยู่ในสถานที่สงัด คือ อยู่ในสถานที่ที่มีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
6.ฝึกหัดจิตใจให้สงบ คือ การฝึกหัดชำระจิตใจให้สงบ มีประสิทธิภาพที่ดี
กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันมาฆบูชา
การปฏิบัติตนสำหรับพุทธศาสนิกชนในวันมาฆบูชาคือ คือ ในตอนเช้า ควรไปทำบุญตักบาตร ไปวัดเพื่อฟังพระธรรมเทศนา หรือจัดสำรับคาวหวานไปทำบุญถวายภัตตาหาร ช่วงบ่ายฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา เจริญสมาธิภาวนา เมื่อถึงตอนค่ำ นำดอกไม้ ธุปเทียนไปเวียนเทียน 3 รอบที่พระอุโบสถ โดยการเวียนเทียนนั้นจะเวียนขวา จำนวน 3 รอบ และช่วงเวลาที่เดินอยู่นั้นให้ระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
นอกจากนี้พุทธศาสนิกชนควรบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ตามสถานที่ต่างๆ และรักษาศีล สำหรับตามบ้านเรือน สถานที่ราชการ จะมีการประดับธงชาติ ธงธรรมจักร เพื่อระลึกถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
ข้อเสนอแนะการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมในวันมาฆบูชา
กิจกรรมเกี่ยวกับครอบครัว
กิจกรรมที่ครอบครัวควรทำในวันมาฆบูชา อย่างเช่น การทำความสะอาดบ้าน จัดแต่งที่บูชาประจำบ้าน ชักชวนครอบครัวไปทำบุญตักบาตร ฟังศีล ฟังธรรม บำเพ็ญกุศล ปฏิบัติธรรม รวมทั้งควรศึกษาหลักธรรมคำสั่งสอน และความสำคัญของวันมาฆบูชาด้วย
กิจกรรมเกี่ยวกับสถานศึกษา
ในสถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญอีกแห่ง โดยภายในสถานศึกษาควรมีการร่วมรำลึกถึงความสำคัญของวันมาฆบูชา เช่น จัดนิทรรศการให้ความรู้ ประกวดเรียงความ ตอบปัญหาธรรมะ บรรยายธรรม หรือร่วมกันทำบุญ ตักบาตร เวียนเทียน บำเพ็ญกุศล อีกทั้งประกาศเกียรติคุณนักเรียนผู้ทำประโยชน์ ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี
กิจกรรมเกี่ยวกับสถานที่ทำงาน
ควรประชาสัมพันธ์ในที่ทำงาน และจัดให้มีการบรรยายธรรม หรือร่วมบำเพ็ญประโยชน์ร่วมกัน ร่วมทำบุญ บำเพ็ญกุศลร่วมกัน
กิจกรรมเกี่ยวกับสังคม
การประเมิลโรงเรียนในฝันรุ่นที่๓
ในห้องคอมพิวเตอร์ของเรามี6กิจกรรม คือ
1.การทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
2.การสืบค้นข้อมูล
3.การออกแบบผลิตภัณฑ์
4.การสร้างการ์ตูนจากโปรแกรม FLASH
5.การสร้างเว็บไซต์
6.การตัดต่อวิดีโอ
1.การทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
2.การสืบค้นข้อมูล
3.การออกแบบผลิตภัณฑ์
4.การสร้างการ์ตูนจากโปรแกรม FLASH
5.การสร้างเว็บไซต์
6.การตัดต่อวิดีโอ
วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันวาเลนไทน์
ประวัติวันวาเลนไทน์ นั้น หลาย ๆ คนคงสงสัยว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร เหตุเป็นเพราะวันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้น เป็นวันเสียชีวิตของนักบุญวาเลนไทน์ หรือเซนต์วาเลนไทน์ นักบุญแห่งความรักนั่นเอง นักบุญวาเลนไทน์ เป็นผู้ริเริ่มการจัดงานแต่งงานในยุคที่ไม่นิยมให้แต่งงานกัน เหตุเพราะในช่วงนั้น โรม ต้องประสบกับสงคราม จักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ต้องการเกณฑ์คนไปรบ แต่มีบุคคลจำนวนมากที่มีครอบครัว มีภรรยา มีคนรัก ต่างไม่อยากจะทิ้งครอบครัวไป ทำให้ จักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ตัดสินใจให้ยกเลิกการแต่งงานและการหมั้นทั้งหมดของชาวโรมันในยุคนั้นไปหมด อย่างสิ้นเชิง
แต่นักบุญวาเลนไทน์กลับสวนกระแสของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ชักชวนคู่รักมาแต่งงานหลายต่อหลายคู่ จนโดนจับตัวไปขังเอาไว้ และในคุกที่คุมขังนักบุญวาเลนไทน์นั้น เขาได้พบรักกับสาวตาบอดนางหนึ่ง เมื่อโดนจับได้ นักบุญวาเลนไทน์จึงถูกนำตัวไปประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันดังกล่าวจึงกลายมาเป็น วันวาเลนไทน์ วันที่ผู้คนจะรำลึกถึงนักบุญผู้อุทิศตนให้ความรักนั่นเอง
สัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์
สัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์คือ เทพเจ้าคิวปิด ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักดั้งเดิมของชาวโรมัน ร่างกายเป็นเด็กทารกติดปีก กำลังโก่งคันศรทองเล็งไปยังหัวใจของผู้คน ตามตำนานของกรีกและโรมันพูดถึงคิวปิดว่า เป็นบุตรของมาร์ (เทพเจ้าของสงคราม) และ วีนัส (เทพเจ้าแห่งความรักและความงาม)
ตำนานความรักของ เทพเจ้าคิวปิด นั้น ในอดีต เทพเจ้าวีนัสอิจฉา "ไซกี" ธิดาวัยกำลังแรกรุ่นของกษัตริย์องค์หนึ่ง ที่สำคัญคือไซกีสวยกว่าเทพเจ้าวีนัสมาก นางเลยส่งเทพเจ้าคิวปิดไปหาไซกี เพื่อบันดาลให้ไซกีมีความรักกับบุรุษเพศ แต่เทพเจ้าคิวปิดกลับหลงรักไซกีและพามาที่วัง และลอบมาหาในเวลากลางคืนเพื่อไม่ให้ไซกีรู้ว่าตนเองเป็นใคร แต่มีคนยุให้ไซกีแอบดูตอนเทพเจ้าคิวปิดนอนหลับ แต่ด้วยความตื่นเต้นของไซกีที่เห็นเทพเจ้าคิวปิดเป็นหนุ่มรูปงาม เลยเผลอทำน้ำมันตะเกียงหกใส่เทพเจ้าคิวปิด เมื่อเทพเจ้าคิวปิดรู้สึกตัวตื่นขึ้นก็โกรธมากที่นางขัดคำ
แต่นักบุญวาเลนไทน์กลับสวนกระแสของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ชักชวนคู่รักมาแต่งงานหลายต่อหลายคู่ จนโดนจับตัวไปขังเอาไว้ และในคุกที่คุมขังนักบุญวาเลนไทน์นั้น เขาได้พบรักกับสาวตาบอดนางหนึ่ง เมื่อโดนจับได้ นักบุญวาเลนไทน์จึงถูกนำตัวไปประหารในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันดังกล่าวจึงกลายมาเป็น วันวาเลนไทน์ วันที่ผู้คนจะรำลึกถึงนักบุญผู้อุทิศตนให้ความรักนั่นเอง
สัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์
สัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์คือ เทพเจ้าคิวปิด ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักดั้งเดิมของชาวโรมัน ร่างกายเป็นเด็กทารกติดปีก กำลังโก่งคันศรทองเล็งไปยังหัวใจของผู้คน ตามตำนานของกรีกและโรมันพูดถึงคิวปิดว่า เป็นบุตรของมาร์ (เทพเจ้าของสงคราม) และ วีนัส (เทพเจ้าแห่งความรักและความงาม)
ตำนานความรักของ เทพเจ้าคิวปิด นั้น ในอดีต เทพเจ้าวีนัสอิจฉา "ไซกี" ธิดาวัยกำลังแรกรุ่นของกษัตริย์องค์หนึ่ง ที่สำคัญคือไซกีสวยกว่าเทพเจ้าวีนัสมาก นางเลยส่งเทพเจ้าคิวปิดไปหาไซกี เพื่อบันดาลให้ไซกีมีความรักกับบุรุษเพศ แต่เทพเจ้าคิวปิดกลับหลงรักไซกีและพามาที่วัง และลอบมาหาในเวลากลางคืนเพื่อไม่ให้ไซกีรู้ว่าตนเองเป็นใคร แต่มีคนยุให้ไซกีแอบดูตอนเทพเจ้าคิวปิดนอนหลับ แต่ด้วยความตื่นเต้นของไซกีที่เห็นเทพเจ้าคิวปิดเป็นหนุ่มรูปงาม เลยเผลอทำน้ำมันตะเกียงหกใส่เทพเจ้าคิวปิด เมื่อเทพเจ้าคิวปิดรู้สึกตัวตื่นขึ้นก็โกรธมากที่นางขัดคำ
วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
ปราสาทตาควายกำลังถูกกัมพูชายึดครอง
มทภ.2 รับ กัมพูชา บุกปราสาทตาควาย แค่เข้าใจผิด
มทภ.2 รับ กัมพูชา บุกปราสาทตาควาย แค่เข้าใจผิด
Share
มทภ.2 ย้ำชัด ปราสาทตาควาย เป็นของไทย (ไทยรัฐ)
ยอมรับมีกำลังทหารเขมรติดอาวุธเข้ามาฝั่งไทยจริง แต่มาถามความชัดเจนในการเปิดให้ขึ้นชมปราสาทตาเมือนธม เผยเตรียมประชุม อาร์บีซี.ร่วมกัมพูชา ในเดือน มี.ค.นี้...
เมื่อวันที่ 12 ก.พ. พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาด้านปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ หลังมีข่าวว่า กัมพูชาได้เข้ายึดพื้นที่ดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะพื้นที่ปราสาทตาควาย หากหันหน้าไปทางฝั่งกัมพูชาจะอยู่ด้านซ้ายมือของปราสาทตาเมือน ขึ้นมาทางด้านทิศตะวันออกประมาณ 10-12 กิโลเมตร จุดนี้ไม่มีถนนที่รถยนต์จะเข้าไปได้ ต้องใช้การเดินเพียงอย่างเดียว จึงได้กำหนดให้เป็นจุดประสานงานร่วมกันของทหารทั้ง 2 ประเทศเท่านั้น โดยจะมีการนัดพบตามเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ และไม่มีการพกพาอาวุธเข้าไปแต่อย่างใด
แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่เมื่อวันที่ 11 ก.พ. มีกำลังของกัมพูชาส่วนหนึ่งติดอาวุธเข้ามาในฝั่งของเขา ไม่ได้เข้ามาในพื้นที่ของไทยแต่อย่างใด ลักษณะเหมือนว่าเข้ามาสอบถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นที่ปราสาทตาเมือน ได้มีการปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมจริงหรือไม่ โดยคิดว่าอาจจะเกิดจากการเข้าใจผิดกัน เพราะฝ่ายไทยในฐานะแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ขอให้ฝ่ายกัมพูชาอย่าพานักท่องเที่ยวขึ้นมาเฉพาะในวันที่ 8 ก.พ. เท่านั้น เพราะในวันดังกล่าวมีกลุ่มมวลชนของเราขึ้นมาชุมนุม ฉะนั้นผู้ที่เข้ามาในวันนั้นจึงได้บอกไปว่า ของดไว้ก่อนเพราะไม่สะดวกที่จะให้ขึ้นชมและขอให้ขึ้นมาในวันหลัง
มทภ.2 รับ กัมพูชา บุกปราสาทตาควาย แค่เข้าใจผิด
Share
มทภ.2 ย้ำชัด ปราสาทตาควาย เป็นของไทย (ไทยรัฐ)
ยอมรับมีกำลังทหารเขมรติดอาวุธเข้ามาฝั่งไทยจริง แต่มาถามความชัดเจนในการเปิดให้ขึ้นชมปราสาทตาเมือนธม เผยเตรียมประชุม อาร์บีซี.ร่วมกัมพูชา ในเดือน มี.ค.นี้...
เมื่อวันที่ 12 ก.พ. พล.ท.วีร์วลิต จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาด้านปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ หลังมีข่าวว่า กัมพูชาได้เข้ายึดพื้นที่ดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เพราะพื้นที่ปราสาทตาควาย หากหันหน้าไปทางฝั่งกัมพูชาจะอยู่ด้านซ้ายมือของปราสาทตาเมือน ขึ้นมาทางด้านทิศตะวันออกประมาณ 10-12 กิโลเมตร จุดนี้ไม่มีถนนที่รถยนต์จะเข้าไปได้ ต้องใช้การเดินเพียงอย่างเดียว จึงได้กำหนดให้เป็นจุดประสานงานร่วมกันของทหารทั้ง 2 ประเทศเท่านั้น โดยจะมีการนัดพบตามเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ และไม่มีการพกพาอาวุธเข้าไปแต่อย่างใด
แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่เมื่อวันที่ 11 ก.พ. มีกำลังของกัมพูชาส่วนหนึ่งติดอาวุธเข้ามาในฝั่งของเขา ไม่ได้เข้ามาในพื้นที่ของไทยแต่อย่างใด ลักษณะเหมือนว่าเข้ามาสอบถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นที่ปราสาทตาเมือน ได้มีการปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมจริงหรือไม่ โดยคิดว่าอาจจะเกิดจากการเข้าใจผิดกัน เพราะฝ่ายไทยในฐานะแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ขอให้ฝ่ายกัมพูชาอย่าพานักท่องเที่ยวขึ้นมาเฉพาะในวันที่ 8 ก.พ. เท่านั้น เพราะในวันดังกล่าวมีกลุ่มมวลชนของเราขึ้นมาชุมนุม ฉะนั้นผู้ที่เข้ามาในวันนั้นจึงได้บอกไปว่า ของดไว้ก่อนเพราะไม่สะดวกที่จะให้ขึ้นชมและขอให้ขึ้นมาในวันหลัง
ไทย-กัมพูชา
ไทยประท้วง เขมร รุกล้ำ ปราสาทตาควาย
ไทยประท้วง เขมร รุกล้ำ ปราสาทตาควาย
ไทยประท้วง เขมร รุกล้ำ ปราสาทตาควาย เตือนใช้เจบีซีแก้ รบ.โต้ ฮุน เซน ยืนยันพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุมอาเซียน
ไทยยื่นบันทึกประท้วงทูตเขมร ละเมิดอธิปไตยรุกล้ำ ปราสาทตาควาย เตือนใช้ เจบีซี แก้ปัญหา "ฮุน เซน" ซัดไทย ไม่พร้อมเจ้าภาพจัดประชุม อาเซียน โฆษก รบ.โต้ปัญหาในปท.ไม่กระทบภารกิจชาติ
ที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญนายอึง เซียน เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำไทย มารับบันทึกช่วยจำที่ประท้วงกรณีทหารกัมพูชารุกล้ำดินแดนไทยที่ไทยยืนยันว่าเป็นของไทยบริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ โดยระบุถึงเหตุการณ์ที่ทหารกัมพูชา 70 นาย ได้บุกเข้ามายึดพื้นที่ปราสาทตาควายตั้งแต่ 6 กันยายน ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน และไม่ยอมเคลื่อนย้ายแม้ท้องถิ่นของไทยประท้วงซ้ำแล้วซ้ำอีก กระทรวงการต่างประเทศจึงต้องประท้วงอย่างเป็นทางการและขอให้ใช้ความพยายามเต็มที่เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต พร้อมยืนยันที่จะใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี
วันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตั้งคำถามถึงความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนธันวาคมนี้ ระบุวิกฤตการเมืองไทยทำให้เกิดคำถามว่าไทยยังจะพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้นำสมาคมแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ได้อีกหรือไม่
สมเด็จฮุน เซน ยังเสนอด้วยว่า สมาชิกอาเซียนควรต้องพิจารณาที่จะขอให้ประเทศสมาชิกอื่นรับหน้าที่เจ้าภาพการประชุมผู้นำอาเซียนแทนไทยอีกด้วย
"ผมยังสงสัยว่าผู้นำอาเซียนจะประชุมที่ไทยได้หรือ เพราะตอนนี้ไทยยังไม่มีรัฐบาลด้วยซ้ำ มีประเทศไหนในโลกที่ทำเนียบรัฐบาลถูกผู้ประท้วงเข้ายึดครองอย่างนี้ ก็มีแค่ประเทศไทยเท่านั้น มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะแปลกประหลาด สถานการณ์ในไทยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของอาเซียนโดยรวมอีกด้วย หากผู้นำอาเซียนไม่สามารถพบกันในไทยได้ ควรจะส่งคืนตำแหน่งประธานอาเซียนให้สิงคโปร์ หรือไม่ก็ส่งต่อให้เวียดนามเลยหรือไม่ แล้วจะทำอย่างไร ก็คงต้องรอดูกันต่อไป" สมเด็จฮุน เซนกล่าว
นายเขียว กันหะริด โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า สมเด็จฮุน เซน เคารพในอธิปไตยและเอกราชของสมาชิกอาเซียน การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวไม่ได้มีคำอธิบายที่กระทบต่อการทำหน้าที่ประธานอาเซียนของไทย แต่เป็นการแสดงความห่วงกังวลว่า หากไม่สามารถจัดประชุมในไทยได้จะไปจัดประชุมผู้นำอาเซียนที่ไหนเท่านั้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอาเซียนทั้งหมด นอกจากนี้ กัมพูชาก็ต้องการเห็นสถานการณ์ในไทยกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เพราะจะเป็นสิ่งที่รับประกันความสงบสุขและความมั่นคงของภูมิภาคโดยรวม
พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ประเทศไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในวันที่ 25 กันยายนนี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ภารกิจของชาติจะต้องเดินต่อไป เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาการเมืองภายใน ไม่เกี่ยวข้องกับงานระดับประเทศ
นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า เท่าที่ได้ตรวจสอบสื่อมวลชนอาจรายงานคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ท่านคงจะเพียงแต่แสดงความห่วงกังวลสถานการณ์ในประเทศไทย แต่สถานการณ์ในไทยคงจะคลี่คลายไปในทางที่ดีจนกว่าจะถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน จึงขอให้ความมั่นใจกับประเทศสมาชิกที่จะเดินทางมาร่วมประชุม และยืนยันว่าไทยมีความพร้อมที่จะจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนธันวาคมนี้ และสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันของไทยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเตรียมการสำหรับการเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียนแต่อย่างใด ขณะนี้การเตรียมการทุกอย่างทั้งในเรื่องสารัตถะและโลจิสติคส์ก็ยังเดินหน้าไปตามกรอบเวลาที่วางไว้ โดยวันเดียวกันนี้วุฒิสภาได้รับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองการดำเนินงานของอาเซียนซึ่งเป็นการรับรองสถานะของกฎบัตรอาเซียนแล้ว โดยไทยจะให้สัตยาบันกฎบัตรอาเซียนในเร็วๆ นี้ ซึ่งเชื่อว่าจะทันก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนในไทย
ไทยประท้วง เขมร รุกล้ำ ปราสาทตาควาย
ไทยประท้วง เขมร รุกล้ำ ปราสาทตาควาย เตือนใช้เจบีซีแก้ รบ.โต้ ฮุน เซน ยืนยันพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุมอาเซียน
ไทยยื่นบันทึกประท้วงทูตเขมร ละเมิดอธิปไตยรุกล้ำ ปราสาทตาควาย เตือนใช้ เจบีซี แก้ปัญหา "ฮุน เซน" ซัดไทย ไม่พร้อมเจ้าภาพจัดประชุม อาเซียน โฆษก รบ.โต้ปัญหาในปท.ไม่กระทบภารกิจชาติ
ที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญนายอึง เซียน เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำไทย มารับบันทึกช่วยจำที่ประท้วงกรณีทหารกัมพูชารุกล้ำดินแดนไทยที่ไทยยืนยันว่าเป็นของไทยบริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ โดยระบุถึงเหตุการณ์ที่ทหารกัมพูชา 70 นาย ได้บุกเข้ามายึดพื้นที่ปราสาทตาควายตั้งแต่ 6 กันยายน ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน และไม่ยอมเคลื่อนย้ายแม้ท้องถิ่นของไทยประท้วงซ้ำแล้วซ้ำอีก กระทรวงการต่างประเทศจึงต้องประท้วงอย่างเป็นทางการและขอให้ใช้ความพยายามเต็มที่เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต พร้อมยืนยันที่จะใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี
วันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตั้งคำถามถึงความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนธันวาคมนี้ ระบุวิกฤตการเมืองไทยทำให้เกิดคำถามว่าไทยยังจะพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้นำสมาคมแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ได้อีกหรือไม่
สมเด็จฮุน เซน ยังเสนอด้วยว่า สมาชิกอาเซียนควรต้องพิจารณาที่จะขอให้ประเทศสมาชิกอื่นรับหน้าที่เจ้าภาพการประชุมผู้นำอาเซียนแทนไทยอีกด้วย
"ผมยังสงสัยว่าผู้นำอาเซียนจะประชุมที่ไทยได้หรือ เพราะตอนนี้ไทยยังไม่มีรัฐบาลด้วยซ้ำ มีประเทศไหนในโลกที่ทำเนียบรัฐบาลถูกผู้ประท้วงเข้ายึดครองอย่างนี้ ก็มีแค่ประเทศไทยเท่านั้น มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะแปลกประหลาด สถานการณ์ในไทยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของอาเซียนโดยรวมอีกด้วย หากผู้นำอาเซียนไม่สามารถพบกันในไทยได้ ควรจะส่งคืนตำแหน่งประธานอาเซียนให้สิงคโปร์ หรือไม่ก็ส่งต่อให้เวียดนามเลยหรือไม่ แล้วจะทำอย่างไร ก็คงต้องรอดูกันต่อไป" สมเด็จฮุน เซนกล่าว
นายเขียว กันหะริด โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า สมเด็จฮุน เซน เคารพในอธิปไตยและเอกราชของสมาชิกอาเซียน การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวไม่ได้มีคำอธิบายที่กระทบต่อการทำหน้าที่ประธานอาเซียนของไทย แต่เป็นการแสดงความห่วงกังวลว่า หากไม่สามารถจัดประชุมในไทยได้จะไปจัดประชุมผู้นำอาเซียนที่ไหนเท่านั้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอาเซียนทั้งหมด นอกจากนี้ กัมพูชาก็ต้องการเห็นสถานการณ์ในไทยกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เพราะจะเป็นสิ่งที่รับประกันความสงบสุขและความมั่นคงของภูมิภาคโดยรวม
พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ประเทศไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในวันที่ 25 กันยายนนี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ภารกิจของชาติจะต้องเดินต่อไป เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาการเมืองภายใน ไม่เกี่ยวข้องกับงานระดับประเทศ
นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า เท่าที่ได้ตรวจสอบสื่อมวลชนอาจรายงานคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ท่านคงจะเพียงแต่แสดงความห่วงกังวลสถานการณ์ในประเทศไทย แต่สถานการณ์ในไทยคงจะคลี่คลายไปในทางที่ดีจนกว่าจะถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน จึงขอให้ความมั่นใจกับประเทศสมาชิกที่จะเดินทางมาร่วมประชุม และยืนยันว่าไทยมีความพร้อมที่จะจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนธันวาคมนี้ และสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันของไทยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเตรียมการสำหรับการเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียนแต่อย่างใด ขณะนี้การเตรียมการทุกอย่างทั้งในเรื่องสารัตถะและโลจิสติคส์ก็ยังเดินหน้าไปตามกรอบเวลาที่วางไว้ โดยวันเดียวกันนี้วุฒิสภาได้รับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองการดำเนินงานของอาเซียนซึ่งเป็นการรับรองสถานะของกฎบัตรอาเซียนแล้ว โดยไทยจะให้สัตยาบันกฎบัตรอาเซียนในเร็วๆ นี้ ซึ่งเชื่อว่าจะทันก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนในไทย
วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
สุภาษิต
กระต่ายตื่นตูม หมายถึง เมื่อได้ยินได้ฟังข่าวร้ายใดๆ ก็ตื่นตกใจเพราะเชื่อทันที โดยไม่พิจารณาเสียก่อนว่าเป็นจริงหรือไม่ ถ้าเชื่อโดยไม่ได้พิจารณาให้ถ่องแท้ อาจทำให้เกิดความเสียหายได้
กิ้งก่าได้ทอง หมายถึง คนที่ไม่มีความสำคัญ ไม่เคยมีสมบัติและไม่มีความคิดด้วย เมื่อได้รับลาภยศแม้เพียงเล็กน้อย ก็คิดว่าตนมีความสำคัญเหนือผู้อื่น เกิดความเห่อเหิมลืมตัวแสดงความเย่อหยิ่งจองหองวางท่าใหญ่โต คนเช่นนี้ ย่อมเป็นที่รังเกียจของคนเป็นอันมาก
ขี่ช้างจับตั๊กแตน หมายถึง งานที่จะทำงานเป็นงานเล็กน้อย แต่ทำราวกับเป็นงานใหญ่โต จัดหาผู้คน เครื่องมือ เครื่องใช้มากมาย โดยไม่จำเป็นสำหรับงานนั้น ใช้เป็นคำตำหนิผู้ที่เตรียมการใหญ่โตกว่างานที่จะต้องทำ ทำให้เสียเงินทองและเวลามากไปเปล่าๆ ผลที่ได้จะไม่คุ้มกับที่เสียไป
เข็นครกขึ้นภูเขา หมายถึง การทำงานที่ยากลำบาก จะต้องมีความบากบั่น พากเพียร อุตสาหะ มีมานะอดทน ไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย และ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น งานนั้นจึงจะสำเร็จได้
จับปลาสองมือ หมายถึง ผู้ที่ไม่ตัดสินใจให้แน่นอนว่าควรจะทำสิ่งใด เห็นไปว่าสิ่งโน้นก็ดี สิ่งนี้ก็ดี เลยทำหมดทุกอย่าง ทำให้ต้องแบ่งความคิด เวลา และกำลังกาย สำหรับงานเหล่านั้น เป็นเหตุให้งานแต่ละอย่างไม่ได้รับผลดีเท่าที่ควรจะได้ ในที่สุดเขาจะทำงานไม่ได้ดีเลยแม้แต่สักอย่างเดียว
จับงูข้างหาง หมายถึง การกระทำอะไรโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน ว่าควรไม่ควรอย่างไร มีคุณหรือมีโทษอย่างไร อาจได้รับโทษภัยจากการกระทำนั้นเหมือนการจับงูข้างหาง งูจะฉกกัดเอาไว้
ฆ่าช้างเอางา หมายถึง การลงทุนลงแรงมากมาย แต่ได้ประโยชน์นิดเดียวไม่คุ้มค่า หรือหมายถึง การทำลายสิ่งที่ใหญ่โตเพื่อหวังได้สิ่งเล็กน้อยไปเป็นประโยชน์ของตน โดยไม่คิดว่าการกระทำเช่นนั้นสมควรหรือไม่
ชี้โพรงให้กระรอก หมายถึง ผู้ที่ชอบทำอะไรอยู่เป็นนิสัยแล้ว เช่น ชอบเที่ยวถ้ามีผู้บอกว่าที่นั่นที่นี่น่าเที่ยว ก็จะไป หรือผู้ที่เป็นขโมยถ้ามีผู้บอกว่า บ้านนั้นบ้านนี้มีทรัพย์สินเงินทองมาก ก็จะหาทางเข้าขโมย เช่นนี้ เรียกว่า ชี้โพรงให้กระรอก
ดินพอกหางหมู หมายถึง การทำสิ่งใดก็ตาม ถ้ามัวแต่ผัดวันประกันพรุ่ง เพราะความเกียจคร้าน ไม่ทำให้สำเร็จโดยเร็ว ปล่อยให้คั่งค้างทับถมมากเข้า งานจะเพิ่มพูนมากขึ้นทุกที ทำเท่าไรไม่มีเสร็จ หรือหมายถึง หนี้สินไปก่อขึ้นไว้ทีละเล็กละน้อยจนมากมาย ก็เรียกว่าเป็นดินพอกหางหมูเหมือนกัน
ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิด หมายถึง การทำความผิดใหญ่หลวง ย่อมไม่อาจปกปิดได้ ต้องมีผู้รู้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
ตาบอดได้แว่น หมายถึง ได้สิ่งของที่ตนเองนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้
ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ หมายถึง การเสียทรัพย์ไปในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์คุ้มกับทรัพย์ที่ต้องเสียไป เช่นการทุ่มเทข้าวของเงินทองเพื่อจัดงานใดงานหนึ่งให้ใหญ่โตเกินเหตุ เป็นการสิ้นเปลืองโดยไม่ได้รับผลคุ้มค่า และถ้าทำเกินฐานะก็จะเป็นเหตุให้มีหนี้สิน ให้เป็นที่ตำหนิติฉินอีกด้วย
ถ่มน้ำลายรดฟ้า หมายถึง คนต่ำที่คิดล่วงเกินคนสูง หรือคนชั่วที่ คิดทำลายคนดี ตนเองนั่นแหละจะได้รับผลร้ายจาก จากกระทำของตน
หมากัดอย่ากัดตอบ หมายถึง คนชั่ว คนชั้นต่ำ หรือพวกอันธพาล คิดร้ายหรือประทุษร้ายเราอย่างใดอย่าทำตอบแต่ควรหลีกเลี่ยงไปเสีย
หนีเสือปะจระเข้ หมายถึง หนีภัยอันตรายอย่างหนึ่งกลับไปพบกับภัยอันตรายอีกอย่างหนึ่ง
มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก หมายถึง คนพูดไม่อยู่กับร่องกับรอยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ที่เรียกว่าจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เป็นผู้ที่คนดูถูก ใครถูกกล่าวว่าเป็นมะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก จะไม่มีใครเชื่อถือ
ฝนทั่งให้เป็นเข็ม หมายถึง คนที่จะทำงานใดๆ แม้ว่าจะเป็นงานที่ยากลำบากเพียงใดก็ตาม ถ้ามีความมานะพากเพียร ไม่ท้อถอย ไม่ละทิ้งเสีย ครึ่งๆ กลางๆ งานนั้นก็จะสำเร็จได
พุ่งหอกเข้ารก หมายถึง การกระทำอะไรลงไปโดยไม่พิจารณาให้เห็นชัดเสียก่อนว่าจะเกิดผลติดตามมาอย่างไร มักจะเสียประโยชน์ของตนเอง
ปิดทองหลังพระ หมายถึง การทำงานอะไรก็ตามที่เป็นความดี โดยไม่ใคร่มีผู้รู้เห็นแม้จะเป็นการทำความดีที่มีความสำคัญ และมีประโยชน์มาก แต่เมื่อไม่มีใครรู้ตัวผู้กระทำการกระทำของผู้นั้นท่านเปรียบเหมือนกับการปิดทองหลังพระ คือแม้จะไม่มีผู้รู้เห็นตัวคนทำ แต่ความดีก็เป็นความดีที่สมบูรณ์ เหมือนความสมบูรณ์ขององค์พระที่มีทองปิดทั้งข้างหน้าข้างหลัง
วัวหายล้อมคอก หมายถึง เมื่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดหายไป หรือเกิดเรื่องเดือดร้อนอะไรขึ้นแล้ว จึงคิดหาวิธีป้องกันในภายหลัง ย่อมไม่เกิดประโยชน์ ไม่ทำให้สิ่งที่หายไปแล้วกลับคืนมาได้ เปรียบเหมือนมีวัว แต่ไม่ทำคอกล้อมวัวไว้ ครั้นเมื่อวัวหายไปแล้ว จึงทำคอกขึ้น วัวก็หายเสียแล้ว
มือไม่พายเอาตีนราน้ำ หมายถึง บางคนไม่ช่วยทำกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีโดยเร็ว แต่ยังขัดขวางถ่วงให้ล่าช้า
สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ หมายถึง สอนผู้ที่รู้ดีอยู่แล้ว ย่อมไม่เกิดประโยชน์อันใด ทั้งอาจเป็นที่ขบขันของผู้รู้เห็นอีกด้วย
น้ำลดตอผุด หมายถึง คนที่กำลังมีอำนาจวาสนานั้นแม้จะทำความผิดความชั่วอย่างไร ก็ไม่มีผู้กล้ายกความผิดความชั่วนั้นขึ้น ความผิดความชั่วทั้งหมดจะถูกอำนาจวาสนาปกปิดไว้ เหมือนน้ำที่เต็มฝั่งปกปิดตอทั้งหลายจากสายตา เมื่อคนผู้นั้นหมดอำนาจวาสนา ความผิดความชั่วที่ทำไว้ก็จะถูกยกขึ้นทั้งหมด เหมือนเมื่อน้ำลดตอใต้น้ำทั้งเล็กใหญ่จะผุดขึ้นให้เป็นระเกะระกะ
กิ้งก่าได้ทอง หมายถึง คนที่ไม่มีความสำคัญ ไม่เคยมีสมบัติและไม่มีความคิดด้วย เมื่อได้รับลาภยศแม้เพียงเล็กน้อย ก็คิดว่าตนมีความสำคัญเหนือผู้อื่น เกิดความเห่อเหิมลืมตัวแสดงความเย่อหยิ่งจองหองวางท่าใหญ่โต คนเช่นนี้ ย่อมเป็นที่รังเกียจของคนเป็นอันมาก
ขี่ช้างจับตั๊กแตน หมายถึง งานที่จะทำงานเป็นงานเล็กน้อย แต่ทำราวกับเป็นงานใหญ่โต จัดหาผู้คน เครื่องมือ เครื่องใช้มากมาย โดยไม่จำเป็นสำหรับงานนั้น ใช้เป็นคำตำหนิผู้ที่เตรียมการใหญ่โตกว่างานที่จะต้องทำ ทำให้เสียเงินทองและเวลามากไปเปล่าๆ ผลที่ได้จะไม่คุ้มกับที่เสียไป
เข็นครกขึ้นภูเขา หมายถึง การทำงานที่ยากลำบาก จะต้องมีความบากบั่น พากเพียร อุตสาหะ มีมานะอดทน ไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย และ ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น งานนั้นจึงจะสำเร็จได้
จับปลาสองมือ หมายถึง ผู้ที่ไม่ตัดสินใจให้แน่นอนว่าควรจะทำสิ่งใด เห็นไปว่าสิ่งโน้นก็ดี สิ่งนี้ก็ดี เลยทำหมดทุกอย่าง ทำให้ต้องแบ่งความคิด เวลา และกำลังกาย สำหรับงานเหล่านั้น เป็นเหตุให้งานแต่ละอย่างไม่ได้รับผลดีเท่าที่ควรจะได้ ในที่สุดเขาจะทำงานไม่ได้ดีเลยแม้แต่สักอย่างเดียว
จับงูข้างหาง หมายถึง การกระทำอะไรโดยไม่พิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน ว่าควรไม่ควรอย่างไร มีคุณหรือมีโทษอย่างไร อาจได้รับโทษภัยจากการกระทำนั้นเหมือนการจับงูข้างหาง งูจะฉกกัดเอาไว้
ฆ่าช้างเอางา หมายถึง การลงทุนลงแรงมากมาย แต่ได้ประโยชน์นิดเดียวไม่คุ้มค่า หรือหมายถึง การทำลายสิ่งที่ใหญ่โตเพื่อหวังได้สิ่งเล็กน้อยไปเป็นประโยชน์ของตน โดยไม่คิดว่าการกระทำเช่นนั้นสมควรหรือไม่
ชี้โพรงให้กระรอก หมายถึง ผู้ที่ชอบทำอะไรอยู่เป็นนิสัยแล้ว เช่น ชอบเที่ยวถ้ามีผู้บอกว่าที่นั่นที่นี่น่าเที่ยว ก็จะไป หรือผู้ที่เป็นขโมยถ้ามีผู้บอกว่า บ้านนั้นบ้านนี้มีทรัพย์สินเงินทองมาก ก็จะหาทางเข้าขโมย เช่นนี้ เรียกว่า ชี้โพรงให้กระรอก
ดินพอกหางหมู หมายถึง การทำสิ่งใดก็ตาม ถ้ามัวแต่ผัดวันประกันพรุ่ง เพราะความเกียจคร้าน ไม่ทำให้สำเร็จโดยเร็ว ปล่อยให้คั่งค้างทับถมมากเข้า งานจะเพิ่มพูนมากขึ้นทุกที ทำเท่าไรไม่มีเสร็จ หรือหมายถึง หนี้สินไปก่อขึ้นไว้ทีละเล็กละน้อยจนมากมาย ก็เรียกว่าเป็นดินพอกหางหมูเหมือนกัน
ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิด หมายถึง การทำความผิดใหญ่หลวง ย่อมไม่อาจปกปิดได้ ต้องมีผู้รู้ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
ตาบอดได้แว่น หมายถึง ได้สิ่งของที่ตนเองนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้
ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ หมายถึง การเสียทรัพย์ไปในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์คุ้มกับทรัพย์ที่ต้องเสียไป เช่นการทุ่มเทข้าวของเงินทองเพื่อจัดงานใดงานหนึ่งให้ใหญ่โตเกินเหตุ เป็นการสิ้นเปลืองโดยไม่ได้รับผลคุ้มค่า และถ้าทำเกินฐานะก็จะเป็นเหตุให้มีหนี้สิน ให้เป็นที่ตำหนิติฉินอีกด้วย
ถ่มน้ำลายรดฟ้า หมายถึง คนต่ำที่คิดล่วงเกินคนสูง หรือคนชั่วที่ คิดทำลายคนดี ตนเองนั่นแหละจะได้รับผลร้ายจาก จากกระทำของตน
หมากัดอย่ากัดตอบ หมายถึง คนชั่ว คนชั้นต่ำ หรือพวกอันธพาล คิดร้ายหรือประทุษร้ายเราอย่างใดอย่าทำตอบแต่ควรหลีกเลี่ยงไปเสีย
หนีเสือปะจระเข้ หมายถึง หนีภัยอันตรายอย่างหนึ่งกลับไปพบกับภัยอันตรายอีกอย่างหนึ่ง
มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก หมายถึง คนพูดไม่อยู่กับร่องกับรอยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ที่เรียกว่าจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เป็นผู้ที่คนดูถูก ใครถูกกล่าวว่าเป็นมะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก จะไม่มีใครเชื่อถือ
ฝนทั่งให้เป็นเข็ม หมายถึง คนที่จะทำงานใดๆ แม้ว่าจะเป็นงานที่ยากลำบากเพียงใดก็ตาม ถ้ามีความมานะพากเพียร ไม่ท้อถอย ไม่ละทิ้งเสีย ครึ่งๆ กลางๆ งานนั้นก็จะสำเร็จได
พุ่งหอกเข้ารก หมายถึง การกระทำอะไรลงไปโดยไม่พิจารณาให้เห็นชัดเสียก่อนว่าจะเกิดผลติดตามมาอย่างไร มักจะเสียประโยชน์ของตนเอง
ปิดทองหลังพระ หมายถึง การทำงานอะไรก็ตามที่เป็นความดี โดยไม่ใคร่มีผู้รู้เห็นแม้จะเป็นการทำความดีที่มีความสำคัญ และมีประโยชน์มาก แต่เมื่อไม่มีใครรู้ตัวผู้กระทำการกระทำของผู้นั้นท่านเปรียบเหมือนกับการปิดทองหลังพระ คือแม้จะไม่มีผู้รู้เห็นตัวคนทำ แต่ความดีก็เป็นความดีที่สมบูรณ์ เหมือนความสมบูรณ์ขององค์พระที่มีทองปิดทั้งข้างหน้าข้างหลัง
วัวหายล้อมคอก หมายถึง เมื่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดหายไป หรือเกิดเรื่องเดือดร้อนอะไรขึ้นแล้ว จึงคิดหาวิธีป้องกันในภายหลัง ย่อมไม่เกิดประโยชน์ ไม่ทำให้สิ่งที่หายไปแล้วกลับคืนมาได้ เปรียบเหมือนมีวัว แต่ไม่ทำคอกล้อมวัวไว้ ครั้นเมื่อวัวหายไปแล้ว จึงทำคอกขึ้น วัวก็หายเสียแล้ว
มือไม่พายเอาตีนราน้ำ หมายถึง บางคนไม่ช่วยทำกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดให้สำเร็จลุล่วงด้วยดีโดยเร็ว แต่ยังขัดขวางถ่วงให้ล่าช้า
สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ หมายถึง สอนผู้ที่รู้ดีอยู่แล้ว ย่อมไม่เกิดประโยชน์อันใด ทั้งอาจเป็นที่ขบขันของผู้รู้เห็นอีกด้วย
น้ำลดตอผุด หมายถึง คนที่กำลังมีอำนาจวาสนานั้นแม้จะทำความผิดความชั่วอย่างไร ก็ไม่มีผู้กล้ายกความผิดความชั่วนั้นขึ้น ความผิดความชั่วทั้งหมดจะถูกอำนาจวาสนาปกปิดไว้ เหมือนน้ำที่เต็มฝั่งปกปิดตอทั้งหลายจากสายตา เมื่อคนผู้นั้นหมดอำนาจวาสนา ความผิดความชั่วที่ทำไว้ก็จะถูกยกขึ้นทั้งหมด เหมือนเมื่อน้ำลดตอใต้น้ำทั้งเล็กใหญ่จะผุดขึ้นให้เป็นระเกะระกะ
วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
หนังสือพิม
เจาะแทน"ผ่า" รักษาโรคนิ้วล็อก
ปฤษณา กองวงค์ รายงาน
หลายท่านคงรู้สึกแปลกใจว่าทำไมอยู่ๆ นิ้วมือก็เหยียดออกหรือกำอะไรไม่ได้เหมือนปกติ ซึ่งผู้ที่อยู่ในวัยทำงานจะประสบปัญหานี้มากที่สุด
น.พ.วิชัย วิจิตรพรกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน เผยว่า โรคนิ้วล็อก หรือ Trigger Finger เป็นภัยที่แฝงมากับการใช้งานของมือที่ผิดวิธี โดยจะมีอาการกำไม่ได้เหยียดไม่ออก อาจเป็นเพียงนิ้วเดียวหรือหลายนิ้วก็ได้ และคนไทยมีโอกาสเป็นมากกว่าชาวยุโรป ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย ถึง 80% และผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นมากกว่าคนปกติ รวมทั้งคนที่ขาไม่ดี ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน
โรคนี้ไม่ใช่โรคที่เกิดทางพันธุกรรม แต่ก็มีโอกาสพบในเด็กตั้งแต่แรกเกิด ในอัตราส่วน 1 : 1,000 คน ส่วนใหญ่มักเป็นที่นิ้วโป้ง อยู่ในท่างอเหยียดไม่ตรง ซึ่งพ่อแม่จะทราบหลังจากที่เด็กมีอายุ 1 ขวบ
สาเหตุของโรคนิ้วล็อกเกิดจากการใช้งานของมืออย่างรุนแรง ในการบีบ กำ หิ้วของหนักๆ ซ้ำๆ ซึ่งการกำมือ บีบ กระแทกจะเกิดการบดกันของเข็มขัดรัดเส้นเอ็น ทำให้บวมอักเสบและหนาขึ้นเป็นผังพืดยึดตัวแข็งจนเสียความยืดหยุ่น
อาการเริ่มจากเจ็บบริเวณฐานนิ้วนั้นๆ นิ้วมีความฝืดในการเคลื่อนไหว สะดุดหรือกระเด้งเข้าออกเวลางอหรือเหยียด และมีอาการล็อกในท่าที่นิ้วงออยู่ เหยียดไม่ออก หรือนิ้วเบียดอยู่แต่งอไม่ได้ หากปล่อยทิ้งไว้นิ้วมือนั้นอาจเปลี่ยนรูปเป็นโก่ง งอ บวม นิ้วเกยกัน แบไม่ออก เจ็บปวด มือไม่มีกำลัง หรืออาจมีอาการนิ้วชาร่วมด้วย และท้ายที่สุดข้อต่ออาจจะยึด ข้อเหยียดออก ขยับไม่ได้ ทำให้มือพิการได้
ปัจจัยสำคัญในการเป็นโรคนิ้วล็อกคือความแรงในการบีบ กระแทก บีบ กำ บด สับ ความถี่ ความบ่อยในการใช้มือกำเครื่องมือ อีกปัจจัยคือความเสื่อมของวัย ซึ่งพบในคนวัย 45 ปีขึ้นไปจำนวนมาก แต่บางครั้งในคนหนุ่มสาวกระชากกิ่งไม้ด้วยมือเปล่าแล้วเกิดการบาดเจ็บอย่างรุนแรงฉับพลันและพัฒนาเป็นนิ้วล็อกได้ในเวลาอันใกล้ หรือหิ้วถุงพลาสติกหนักๆ ซ้ำอีก
น.พ.วิชัย กล่าวด้วยว่า ลักษณะของกิจกรรมในการใช้มือจนทำให้เกิดนิ้วล็อกของแต่ละนิ้วอย่างสัมพันธ์กัน เช่น ครู นักบริหาร นักวิชาการ มักเป็นนิ้วล็อกที่นิ้วโป้งขวาเพราะใช้เขียนหนังสือมากและใช้นิ้วโป้งกดปากกานานๆ ช่างไม้มักเป็นที่นิ้วกลางขวา แม่บ้านที่ชอบหิ้วถุงพลาสติกในแต่ละนิ้ว มักจะเป็นที่นิ้วกลางและนิ้วนาง
นักกอล์ฟ นักแบดบินตัน ซึ่งต้องกำไม้มาบดกระแทก มักเป็นที่นิ้วกลาง นิ้วนางของมือซ้าย ส่วนคนทำงานช่าง ที่ต้องใช้มือกำบีบเครื่องมืออย่างแรงและบ่อยๆ มักเป็นที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางของมือขวา เป็นต้น
การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรง หากเพิ่งเริ่มเป็น ควรพักการใช้งานของมือ ไม่กำหรือบีบอะไรรุนแรง ทานยาแก้อักเสบ และทำกายภาพบำบัดโดยการแช่น้ำ ในรายที่เป็นมาก แพทย์จะฉีดยาสเตียรอยด์ เพื่อลดการอักเสบ บวมของเส้นเอ็น อาการจะดีขี้นใน 2-3 วัน แต่อยู่ได้ไม่นาน เพียงหนึ่งสัปดาห์หรือ 1 เดือนเท่านั้น ก็จะกลับมาเป็นอีก
ในรายที่อาการรุนแรง แพทย์จะเลือกรักษาโดยการผ่าตัด เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดทำให้โรคหายขาด
ในอดีตการผ่าตัดรักษาโรคนี้ จะเปิดแผลโดยเริ่มจากการกรีดที่ฐานนิ้วประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร แยกชั้นผิวหนังกับไขมันออกก็จะเห็นปลอกเอ็นรัดเส้นเอ็นอยู่ จากนั้นก็ตัดปลอกเอ็นตามแนวยาว แล้วเย็บผิวหนังกลับเข้าไปอย่างเดิม ซึ่งมีข้อเสียคือ ใช้เวลานาน มีค่าใช้จ่ายสูง ดูแลรักษาแผลยาก มีรอยแผลเป็น ทำให้มือเจ็บหรือตึงรั้ง อาจมีผลกระทบต่อเส้นประสาทผิวหนังของนิ้วได้มากกว่าการรักษาด้วยการเจาะผ่านผิวหนัง
น.พ.วิชัยเผยอีกว่า ดังนั้น จึงได้คิดวิธีการรักษาแบบใหม่ ซึ่งคล้ายกับวิธีการเปิดลงไปผ่าตัด แต่ต่างกับที่ใช้ Blade Probe เป็นอุปกรณ์ Probe ที่ทันตแพทย์ใช้เขี่ยตรวจฟันมาดัดแปลงกลึงลับเป็นพร้าเล็กๆ ปลายมีขนาด 0.5-1 มิลลิเมตร เจาะผ่านผิวหนังของฝ่ามือตรงตำแหน่งที่อยู่ของเข็มขัดเส้นเอ็น แล้วตัดตัวปลอกเข็มขัดนี้ให้แยกจากกันก็จะทำให้เส้นเอ็นของนิ้วที่ล็อกเคลื่อนผ่านไปได้สะดวก อาการล็อกจะหายทันที
การรักษาด้วยวิธีการเจาะเขี่ยนี้ ใช้เวลาเพียง 5 นาที ในรายที่เป็นหลายนิ้วในมือเดียว ก็สามารถทำพร้อมกันได้ แต่ถ้าเป็นอีกมือหนึ่งแนะนำให้ทำ หลังจากที่มืออีกข้างหายดีแล้ว
ถ้านิ้วล็อกทั้ง 5 นิ้วใช้เวลารักษา 15-20 นาที มีแผลกว้างไม่ถึงหนึ่งมิลลิเมตร อยู่ที่ฐานของนิ้วนั้นๆ ถือเป็นวิธีการใหม่ที่สะดวก ง่าย และประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งอยู่ราวๆ 1,000-2,000 บาท บัตร 30 บาทอยู่ในโครงการรักษาได้
การผ่าตัดด้วยวิธีนี้สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ป่วยมาก เนื่องจากเจ็บตัวน้อยมาก ไม่มีแผลเป็น หายเร็ว ไม่ต้องเปิดแผล ไม่ต้องทำแผล เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่กลัวการผ่าตัด อีกทั้งยังไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเส้นประสาท โดยมีผู้ป่วยรักษาด้วยวิธีนี้ไปแล้วกว่า 6,200 ราย
ข้อควรระวังหลังผ่าตัด อย่าให้โดนน้ำเพราะอาจติดเชื้อ และในช่วง 2 เดือนแรกอย่าทำงานหนัก
อย่างไรก็ตาม เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม น.พ.วิชัยและโรงพยาบาลเลิดสินได้จัดโครงการนิ้วล็อกเฉลิมพระเกียรติ ออกรักษาผู้ป่วยโรคนิ้วล็อกตามชุมชนต่างๆ โดยไม่เสียค่าจ่ายใดๆ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2545
ในปีนี้เป็นปีที่ 4 ได้วางเป้ารักษาให้กับผู้ป่วยโรคนิ้วล็อกในเดือนธ.ค.นี้จำนวน 80 ราย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระชนมายุ ครบ 80 พรรษา นอกจากนี้ ยังจัดโครงการนิ้วล็อกสัญจร ที่จ.กาญจนบุรี จ.อุบลราชธานี จ.อุดรธานี จ.สุรินทร์ จ.นครสวรรค์ และจ.สระบุรี เพื่อรักษาผู้ป่วยและถ่ายทอดความรู้ให้แพทย์ในจังหวัดต่างๆด้วย
โรคนิ้วล็อกมีสาเหตุที่ชัดเจน หากรู้จักระมัดระวังก็จะช่วยป้องกันการบาดเจ็บของปลอกหุ้มเอ็น เพื่อเราจะได้มีมือไว้ใช้งานได้ต่อไป
หน้า 23
ปฤษณา กองวงค์ รายงาน
หลายท่านคงรู้สึกแปลกใจว่าทำไมอยู่ๆ นิ้วมือก็เหยียดออกหรือกำอะไรไม่ได้เหมือนปกติ ซึ่งผู้ที่อยู่ในวัยทำงานจะประสบปัญหานี้มากที่สุด
น.พ.วิชัย วิจิตรพรกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน เผยว่า โรคนิ้วล็อก หรือ Trigger Finger เป็นภัยที่แฝงมากับการใช้งานของมือที่ผิดวิธี โดยจะมีอาการกำไม่ได้เหยียดไม่ออก อาจเป็นเพียงนิ้วเดียวหรือหลายนิ้วก็ได้ และคนไทยมีโอกาสเป็นมากกว่าชาวยุโรป ผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย ถึง 80% และผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นมากกว่าคนปกติ รวมทั้งคนที่ขาไม่ดี ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน
โรคนี้ไม่ใช่โรคที่เกิดทางพันธุกรรม แต่ก็มีโอกาสพบในเด็กตั้งแต่แรกเกิด ในอัตราส่วน 1 : 1,000 คน ส่วนใหญ่มักเป็นที่นิ้วโป้ง อยู่ในท่างอเหยียดไม่ตรง ซึ่งพ่อแม่จะทราบหลังจากที่เด็กมีอายุ 1 ขวบ
สาเหตุของโรคนิ้วล็อกเกิดจากการใช้งานของมืออย่างรุนแรง ในการบีบ กำ หิ้วของหนักๆ ซ้ำๆ ซึ่งการกำมือ บีบ กระแทกจะเกิดการบดกันของเข็มขัดรัดเส้นเอ็น ทำให้บวมอักเสบและหนาขึ้นเป็นผังพืดยึดตัวแข็งจนเสียความยืดหยุ่น
อาการเริ่มจากเจ็บบริเวณฐานนิ้วนั้นๆ นิ้วมีความฝืดในการเคลื่อนไหว สะดุดหรือกระเด้งเข้าออกเวลางอหรือเหยียด และมีอาการล็อกในท่าที่นิ้วงออยู่ เหยียดไม่ออก หรือนิ้วเบียดอยู่แต่งอไม่ได้ หากปล่อยทิ้งไว้นิ้วมือนั้นอาจเปลี่ยนรูปเป็นโก่ง งอ บวม นิ้วเกยกัน แบไม่ออก เจ็บปวด มือไม่มีกำลัง หรืออาจมีอาการนิ้วชาร่วมด้วย และท้ายที่สุดข้อต่ออาจจะยึด ข้อเหยียดออก ขยับไม่ได้ ทำให้มือพิการได้
ปัจจัยสำคัญในการเป็นโรคนิ้วล็อกคือความแรงในการบีบ กระแทก บีบ กำ บด สับ ความถี่ ความบ่อยในการใช้มือกำเครื่องมือ อีกปัจจัยคือความเสื่อมของวัย ซึ่งพบในคนวัย 45 ปีขึ้นไปจำนวนมาก แต่บางครั้งในคนหนุ่มสาวกระชากกิ่งไม้ด้วยมือเปล่าแล้วเกิดการบาดเจ็บอย่างรุนแรงฉับพลันและพัฒนาเป็นนิ้วล็อกได้ในเวลาอันใกล้ หรือหิ้วถุงพลาสติกหนักๆ ซ้ำอีก
น.พ.วิชัย กล่าวด้วยว่า ลักษณะของกิจกรรมในการใช้มือจนทำให้เกิดนิ้วล็อกของแต่ละนิ้วอย่างสัมพันธ์กัน เช่น ครู นักบริหาร นักวิชาการ มักเป็นนิ้วล็อกที่นิ้วโป้งขวาเพราะใช้เขียนหนังสือมากและใช้นิ้วโป้งกดปากกานานๆ ช่างไม้มักเป็นที่นิ้วกลางขวา แม่บ้านที่ชอบหิ้วถุงพลาสติกในแต่ละนิ้ว มักจะเป็นที่นิ้วกลางและนิ้วนาง
นักกอล์ฟ นักแบดบินตัน ซึ่งต้องกำไม้มาบดกระแทก มักเป็นที่นิ้วกลาง นิ้วนางของมือซ้าย ส่วนคนทำงานช่าง ที่ต้องใช้มือกำบีบเครื่องมืออย่างแรงและบ่อยๆ มักเป็นที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางของมือขวา เป็นต้น
การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรง หากเพิ่งเริ่มเป็น ควรพักการใช้งานของมือ ไม่กำหรือบีบอะไรรุนแรง ทานยาแก้อักเสบ และทำกายภาพบำบัดโดยการแช่น้ำ ในรายที่เป็นมาก แพทย์จะฉีดยาสเตียรอยด์ เพื่อลดการอักเสบ บวมของเส้นเอ็น อาการจะดีขี้นใน 2-3 วัน แต่อยู่ได้ไม่นาน เพียงหนึ่งสัปดาห์หรือ 1 เดือนเท่านั้น ก็จะกลับมาเป็นอีก
ในรายที่อาการรุนแรง แพทย์จะเลือกรักษาโดยการผ่าตัด เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดทำให้โรคหายขาด
ในอดีตการผ่าตัดรักษาโรคนี้ จะเปิดแผลโดยเริ่มจากการกรีดที่ฐานนิ้วประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร แยกชั้นผิวหนังกับไขมันออกก็จะเห็นปลอกเอ็นรัดเส้นเอ็นอยู่ จากนั้นก็ตัดปลอกเอ็นตามแนวยาว แล้วเย็บผิวหนังกลับเข้าไปอย่างเดิม ซึ่งมีข้อเสียคือ ใช้เวลานาน มีค่าใช้จ่ายสูง ดูแลรักษาแผลยาก มีรอยแผลเป็น ทำให้มือเจ็บหรือตึงรั้ง อาจมีผลกระทบต่อเส้นประสาทผิวหนังของนิ้วได้มากกว่าการรักษาด้วยการเจาะผ่านผิวหนัง
น.พ.วิชัยเผยอีกว่า ดังนั้น จึงได้คิดวิธีการรักษาแบบใหม่ ซึ่งคล้ายกับวิธีการเปิดลงไปผ่าตัด แต่ต่างกับที่ใช้ Blade Probe เป็นอุปกรณ์ Probe ที่ทันตแพทย์ใช้เขี่ยตรวจฟันมาดัดแปลงกลึงลับเป็นพร้าเล็กๆ ปลายมีขนาด 0.5-1 มิลลิเมตร เจาะผ่านผิวหนังของฝ่ามือตรงตำแหน่งที่อยู่ของเข็มขัดเส้นเอ็น แล้วตัดตัวปลอกเข็มขัดนี้ให้แยกจากกันก็จะทำให้เส้นเอ็นของนิ้วที่ล็อกเคลื่อนผ่านไปได้สะดวก อาการล็อกจะหายทันที
การรักษาด้วยวิธีการเจาะเขี่ยนี้ ใช้เวลาเพียง 5 นาที ในรายที่เป็นหลายนิ้วในมือเดียว ก็สามารถทำพร้อมกันได้ แต่ถ้าเป็นอีกมือหนึ่งแนะนำให้ทำ หลังจากที่มืออีกข้างหายดีแล้ว
ถ้านิ้วล็อกทั้ง 5 นิ้วใช้เวลารักษา 15-20 นาที มีแผลกว้างไม่ถึงหนึ่งมิลลิเมตร อยู่ที่ฐานของนิ้วนั้นๆ ถือเป็นวิธีการใหม่ที่สะดวก ง่าย และประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งอยู่ราวๆ 1,000-2,000 บาท บัตร 30 บาทอยู่ในโครงการรักษาได้
การผ่าตัดด้วยวิธีนี้สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้ป่วยมาก เนื่องจากเจ็บตัวน้อยมาก ไม่มีแผลเป็น หายเร็ว ไม่ต้องเปิดแผล ไม่ต้องทำแผล เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่กลัวการผ่าตัด อีกทั้งยังไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อเส้นประสาท โดยมีผู้ป่วยรักษาด้วยวิธีนี้ไปแล้วกว่า 6,200 ราย
ข้อควรระวังหลังผ่าตัด อย่าให้โดนน้ำเพราะอาจติดเชื้อ และในช่วง 2 เดือนแรกอย่าทำงานหนัก
อย่างไรก็ตาม เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม น.พ.วิชัยและโรงพยาบาลเลิดสินได้จัดโครงการนิ้วล็อกเฉลิมพระเกียรติ ออกรักษาผู้ป่วยโรคนิ้วล็อกตามชุมชนต่างๆ โดยไม่เสียค่าจ่ายใดๆ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2545
ในปีนี้เป็นปีที่ 4 ได้วางเป้ารักษาให้กับผู้ป่วยโรคนิ้วล็อกในเดือนธ.ค.นี้จำนวน 80 ราย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระชนมายุ ครบ 80 พรรษา นอกจากนี้ ยังจัดโครงการนิ้วล็อกสัญจร ที่จ.กาญจนบุรี จ.อุบลราชธานี จ.อุดรธานี จ.สุรินทร์ จ.นครสวรรค์ และจ.สระบุรี เพื่อรักษาผู้ป่วยและถ่ายทอดความรู้ให้แพทย์ในจังหวัดต่างๆด้วย
โรคนิ้วล็อกมีสาเหตุที่ชัดเจน หากรู้จักระมัดระวังก็จะช่วยป้องกันการบาดเจ็บของปลอกหุ้มเอ็น เพื่อเราจะได้มีมือไว้ใช้งานได้ต่อไป
หน้า 23
ลอยกระทง
ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 วันลอยกระทง
ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 วันลอยกระทง
Share
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ใกล้ถึงเทศกาลวันลอยกระทงแล้ว … เชื่อว่าหลายคนคงเตรียมตัวควงหวานใจ หรือพาครอบครัวไปลอยกระทงร่วมกันที่ใดที่หนึ่งแล้ว อ๊ะ ๆ ... แต่ก่อนที่จะไปลอยกระทงกันนั้น เรามาทำความรู้จักประเพณีลอยกระทงให้ถ่องแท้กันก่อนดีกว่าค่ะ จะได้เข้าใจถึงจุดมุ่งหมายของประเพณีอย่างแท้จริง
กำหนดวันลอยกระทง
วันลอยกระทงของทุกปีจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย หรือถ้าเป็นปฏิทินจันทรคติล้านนาจะตรงกับเดือนยี่ และหากเป็นปฏิทินสุริยคติจะราวเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเดือน 12 นี้เป็นช่วงต้นฤดูหนาว อากาศจึงเย็นสบาย และอยู่ในช่วงฤดูน้ำหลาก มีน้ำขี้นเต็มฝั่ง ทำให้เห็นสายน้ำอย่างชัดเจน อีกทั้งวันขึ้น 15 ค่ำ เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง ทำให้สามารถเห็นแม่น้ำที่มีแสงจันทร์ส่องกระทบลงมา เป็นภาพที่ดูงดงามเหมาะแก่การชมเป็นอย่างยิ่ง
ประวัติความเป็นมาของวันลอยกระทง
ประเพณีลอยกระทงนั้น ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใด แต่เชื่อว่าประเพณีนี้ได้สืบต่อกันมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง เรียกประเพณีลอยกระทงนี้ว่า "พิธีจองเปรียญ" หรือ "การลอยพระประทีป" และมีหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวถึงงานเผาเทียนเล่นไฟว่าเป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้เชื่อกันว่างานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทงอย่างแน่นอน
ในสมัยก่อนนั้นพิธีลอยกระทงจะเป็นการลอยโคม โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงสันนิษฐานว่า พิธีลอยกระทงเป็นพิธีของพราหมณ์ จัดขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้า 3 องค์ คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ต่อมาได้นำพระพุทธศาสนาเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงให้มีการชักโคม เพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และลอยโคมเพื่อบูชารอยพระบาทของพระพุทธเจ้า
ก่อนที่นางนพมาศ หรือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สนมเอกของพระร่วงจะคิดค้นประดิษฐ์กระทงดอกบัวขึ้นเป็นคนแรกแทนการลอยโคม ดังปรากฎในหนังสือนางนพมาศที่ว่า
"ครั้นวันเพ็ญเดือน 12 ข้าน้อยได้กระทำโคมลอย คิดตกแต่งให้งามประหลาดกว่าโคมสนมกำนัลทั้งปวงจึงเลือกผกาเกษรสีต่าง ๆ มาประดับเป็นรูปกระมุทกลีบบานรับแสงจันทร์ใหญ่ประมาณเท่ากงระแทะ ล้วนแต่พรรณดอกไม้ซ้อนสีสลับให้ป็นลวดลาย..."
เมื่อสมเด็จพระร่วงเจ้าได้เสด็จฯ ทางชลมารค ทอดพระเนตรกระทงของนางนพมาศก็ทรงพอพระราชหฤทัย จึงโปรดให้ถือเป็นเยี่ยงอย่าง และให้จัดประเพณีลอยกระทงขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยให้ใช้กระทงดอกบัวแทนโคมลอย ดังพระราชดำรัสที่ว่า "ตั้งแต่นี้สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศถึงกาลกำหนดนักขัตตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานทีตราบเท่ากัลปาวสาน" พิธีลอยกระทงจึงเปลี่ยนรูปแบบตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 วันลอยกระทง
Share
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ใกล้ถึงเทศกาลวันลอยกระทงแล้ว … เชื่อว่าหลายคนคงเตรียมตัวควงหวานใจ หรือพาครอบครัวไปลอยกระทงร่วมกันที่ใดที่หนึ่งแล้ว อ๊ะ ๆ ... แต่ก่อนที่จะไปลอยกระทงกันนั้น เรามาทำความรู้จักประเพณีลอยกระทงให้ถ่องแท้กันก่อนดีกว่าค่ะ จะได้เข้าใจถึงจุดมุ่งหมายของประเพณีอย่างแท้จริง
กำหนดวันลอยกระทง
วันลอยกระทงของทุกปีจะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย หรือถ้าเป็นปฏิทินจันทรคติล้านนาจะตรงกับเดือนยี่ และหากเป็นปฏิทินสุริยคติจะราวเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเดือน 12 นี้เป็นช่วงต้นฤดูหนาว อากาศจึงเย็นสบาย และอยู่ในช่วงฤดูน้ำหลาก มีน้ำขี้นเต็มฝั่ง ทำให้เห็นสายน้ำอย่างชัดเจน อีกทั้งวันขึ้น 15 ค่ำ เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวง ทำให้สามารถเห็นแม่น้ำที่มีแสงจันทร์ส่องกระทบลงมา เป็นภาพที่ดูงดงามเหมาะแก่การชมเป็นอย่างยิ่ง
ประวัติความเป็นมาของวันลอยกระทง
ประเพณีลอยกระทงนั้น ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใด แต่เชื่อว่าประเพณีนี้ได้สืบต่อกันมายาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง เรียกประเพณีลอยกระทงนี้ว่า "พิธีจองเปรียญ" หรือ "การลอยพระประทีป" และมีหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวถึงงานเผาเทียนเล่นไฟว่าเป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้เชื่อกันว่างานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทงอย่างแน่นอน
ในสมัยก่อนนั้นพิธีลอยกระทงจะเป็นการลอยโคม โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงสันนิษฐานว่า พิธีลอยกระทงเป็นพิธีของพราหมณ์ จัดขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้า 3 องค์ คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ต่อมาได้นำพระพุทธศาสนาเข้าไปเกี่ยวข้อง จึงให้มีการชักโคม เพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุ และลอยโคมเพื่อบูชารอยพระบาทของพระพุทธเจ้า
ก่อนที่นางนพมาศ หรือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ สนมเอกของพระร่วงจะคิดค้นประดิษฐ์กระทงดอกบัวขึ้นเป็นคนแรกแทนการลอยโคม ดังปรากฎในหนังสือนางนพมาศที่ว่า
"ครั้นวันเพ็ญเดือน 12 ข้าน้อยได้กระทำโคมลอย คิดตกแต่งให้งามประหลาดกว่าโคมสนมกำนัลทั้งปวงจึงเลือกผกาเกษรสีต่าง ๆ มาประดับเป็นรูปกระมุทกลีบบานรับแสงจันทร์ใหญ่ประมาณเท่ากงระแทะ ล้วนแต่พรรณดอกไม้ซ้อนสีสลับให้ป็นลวดลาย..."
เมื่อสมเด็จพระร่วงเจ้าได้เสด็จฯ ทางชลมารค ทอดพระเนตรกระทงของนางนพมาศก็ทรงพอพระราชหฤทัย จึงโปรดให้ถือเป็นเยี่ยงอย่าง และให้จัดประเพณีลอยกระทงขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยให้ใช้กระทงดอกบัวแทนโคมลอย ดังพระราชดำรัสที่ว่า "ตั้งแต่นี้สืบไปเบื้องหน้า โดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศถึงกาลกำหนดนักขัตตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 ให้ทำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานทีตราบเท่ากัลปาวสาน" พิธีลอยกระทงจึงเปลี่ยนรูปแบบตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ประวัติโรงเรียนแนงมุดวิทยา
โรงเรียนแนงมุดวิทยา เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เดิมสังกัดกรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เปิดทำการสอนเมื่อปีการศึกษา 2532 อาศัยอาคารและสถานที่โรงเรียนของโรงเรียนบ้านแนงมุด สังกัด สปอ.กาบเชิง สปจ.สุรินทร์ โดยในระยะเริ่มแรกมีอาจารย์ ประชุม เหลี่ยมดี และคณะครูจากโรงเรียนกาบเชิงวิทยา มาทำหน้าที่ดำเนินการจักการเรียนการสอน โดยการบริหารอยู่ภายใต้ความดูแลของ นายถวัลย์ มีมาก อาจารย์ใหญ่์โรงเรียนกาบเชิงวิทยา ต่อมาได้ส่ง นายหัสชัย สุพรรณภพ ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ โรงเรียนกาบเชิงวิทยา มาดูแลการจัดการเรีนยการสอน
ปีการศึกษา 2533 ด้วยความร่วมของคณะกรรมการสภาตำบลแนงมุด ประกอบด้วย
นาย วงศ์ จันทร์ปล้อง ประธานสภาตำบลแนงมุดไ้ด้ย้ายมาบุกเบิกพื้นที่ทำเลเลี้ยงสัตว
ห้วยตาพราน หมู่ที่ 9 ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ในพื้นที่ 75 ไร่
เป็นที่ตั้งโรงเรียน โดยมีวัตถุประสงดังนี้
1. ปิโอกาสให้นักเรียนในเขตตำบลแนงมุด ตำบลบักได
และตำบลโคกสะอาด ได้มีโอกาสศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาเพิ่มมากขึ้น
และเป็นการสนองตอบเจตนารมณ์ของทางราชการ ในการขยายโอกาส
ทางการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
2. นักเรียนมีสถานศึกษาที่อยู่ใกล้บ้าน ไปกลับได้สะดวก และสามารถช่วยเหลือ
ผู้ปกครองหลังกลับจากโรงเรียนได้ และยังประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองด้วย
3. ให้นักเรีึยนมีความรู้ทางวิชาการ วิชาชีพตามถนัด เพื่อจะได้นำมาพัฒนา
ท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้าได้
4. เพื่อรักษาพื้นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ห้วยตาพราน ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุด
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งให้เป็นโรางเรียนรํฐบาลขึ้นชื่อว่า โรงเรียนแนงมุดวิทยา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2533 โดยกรมสา่มัญศึกษาได้แต่งตั้งนาย หัสชัย สุพรรณภพ ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ โรงเรียนการเชิงวิทยามาดำรงตำแหน่ง ครูใหญ่โรงเรียนแนงมุดวิทยา และทำการสอนเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2533
1. นายหัสชัย สพรรณภพ ปี พ.ศ. 2533 - 2543
2. นางภัทรา เสงี่ยมศักดิ์ ปี พ.ศ. 2543 - 2544
3. นายไพชยนต์ จันทเขต ปี พ.ศ. 2544 -2546
4. นายวสันต์ คำเกลี้ยง ปี พ.ศ. 2546 - ปัจจุบัน
ปีการศึกษา 2533 ด้วยความร่วมของคณะกรรมการสภาตำบลแนงมุด ประกอบด้วย
นาย วงศ์ จันทร์ปล้อง ประธานสภาตำบลแนงมุดไ้ด้ย้ายมาบุกเบิกพื้นที่ทำเลเลี้ยงสัตว
ห้วยตาพราน หมู่ที่ 9 ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ในพื้นที่ 75 ไร่
เป็นที่ตั้งโรงเรียน โดยมีวัตถุประสงดังนี้
1. ปิโอกาสให้นักเรียนในเขตตำบลแนงมุด ตำบลบักได
และตำบลโคกสะอาด ได้มีโอกาสศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาเพิ่มมากขึ้น
และเป็นการสนองตอบเจตนารมณ์ของทางราชการ ในการขยายโอกาส
ทางการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
2. นักเรียนมีสถานศึกษาที่อยู่ใกล้บ้าน ไปกลับได้สะดวก และสามารถช่วยเหลือ
ผู้ปกครองหลังกลับจากโรงเรียนได้ และยังประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองด้วย
3. ให้นักเรีึยนมีความรู้ทางวิชาการ วิชาชีพตามถนัด เพื่อจะได้นำมาพัฒนา
ท้องถิ่นให้เจริญก้าวหน้าได้
4. เพื่อรักษาพื้นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ห้วยตาพราน ให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุด
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศจัดตั้งให้เป็นโรางเรียนรํฐบาลขึ้นชื่อว่า โรงเรียนแนงมุดวิทยา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2533 โดยกรมสา่มัญศึกษาได้แต่งตั้งนาย หัสชัย สุพรรณภพ ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ โรงเรียนการเชิงวิทยามาดำรงตำแหน่ง ครูใหญ่โรงเรียนแนงมุดวิทยา และทำการสอนเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2533
1. นายหัสชัย สพรรณภพ ปี พ.ศ. 2533 - 2543
2. นางภัทรา เสงี่ยมศักดิ์ ปี พ.ศ. 2543 - 2544
3. นายไพชยนต์ จันทเขต ปี พ.ศ. 2544 -2546
4. นายวสันต์ คำเกลี้ยง ปี พ.ศ. 2546 - ปัจจุบัน
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)








